'นก' กนกรัตน์ เทโวขัติ ชื่อนี้คงเป็นที่คุ้นหูของหลายๆคน แต่สำหรับแฟนรายการเรียลลิตี้ อย่าง Big Brother itv thailand 2 คงจะคุ้นเคยกันดี กับบุคลิกภาพของตัวเธอ เรื่องความเป็นคนตรงไปตรงมา จนใครๆมักบอกว่าเธอเป็น 'ขาวีน' ซึ่งเป็นกระแสที่แรงไม่เบา เพราะมีทั้งคนชื่นชมและติเตียน
เมื่อ นก หรือ ที่ใครๆมักเรียกเธอว่า 'หมอนก' ออกมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง ในวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา ด้วยผลโหวตที่น้อยกว่าคู่แข่ง วันนี้ เมื่อมีโอกาสพูดคุยกับเธอ ระหว่างการมาเยือนที่เดลินิวส์ เราก็ไม่รอช้าที่จะไถ่ถาม เพื่อให้รู้มุมมองของความเป็น 'หมอนก'...
- ออกจากบ้านบีบีมา มีโครงการที่จะทำอะไรต่อบ้าง
"มีสัญญากับกันตนา 1 ปี ก็ต้องทำงานที่ทางผู้ใหญ่มอบหมายและให้โอกาสเกี่ยวกับวงการบันเทิงก่อนค่ะ ส่วนอาชีพทันตแพทย์คงต้องหยุดพักไว้ก่อน เพราะถ้าต้องทำงาน 2 อย่างพร้อมๆกัน คงออกมาไม่ดีแน่"
-พอออกจากบ้านมา เห็นแฟนคลับ ซึ่งมีเยอะ รู้สึกอย่างไรบ้าง
"ดีใจมากๆ เยอะกว่าที่คิดเอาไว้ค่ะ ทุกคนน่ารัก ให้กำลังใจดี ทำให้นกรู้สึกดีที่มีคนชื่นชม คนให้กำลังใจในความตรงๆของนกมากกว่าที่ติค่ะ"
-เรื่องนิสัย ที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง เป็นคนตรงไปตรงมา จนทำให้บางคนบอกว่า นกเป็นคนขี้วีน เพราะการแสดงพฤติกรรมต่างๆออกมาเวลาโมโห อยากให้ฝากถึงผู้ชมเกี่ยวกับเรื่องพฤติกรรมต่างๆ ในขณะที่อยู่ในบ้านบีบี
"รู้ตัวดีว่าตัวเองเป็นคนตรง แล้วประกอบกับตัวเองมีน้ำเสียงแข็งๆ พอโมโหมันก็เลยดูแข็งกร้าว รุนแรง ซึ่งตรงนี้ก็พยายามแก้ไขมาตลอด พยายามลดลง"
"สำหรับผู้ชมหรือแฟนคลับของนก ที่ชอบความเป็นคนตรงไปตรงมา ก็อย่าเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่ดีนะคะ อย่าคิดว่าจะทำตามแบบนิสัยของนกเสียหมด อย่าทำตามเพราะกระแส แล้วพอกระแสมันจางลงก็เลิกทำ และนกคิดว่าการเป็นคนพูดตรงๆเป็นสิ่งที่ดีค่ะ ไม่ต้องเสแสร้ง แต่เราควรมีวาทะศิลป์ มีวิธีพูดที่ดี ควรเลือกใช้น้ำเสียงที่เหมาะสม"
-ในมุมมองของ "หมอนก" เอง มีวิธีการปรับตัว - วางตัว - ทำตัวอย่างไร เพื่อให้เข้ากับคนในสังคม เพื่อนร่วมงาน หรือคนที่เพิ่งรู้จัก
"ส่วนตัวคิดว่า ในโลกของความเป็นจริงมันเป็นสังคมเปิด ไม่ได้จำกัดบริเวณหรือจำกัดคนที่เราจะต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมด้วยเหมือนในบ้านบีบี เพราะฉะนั้น เราก็มีอิสระในการที่จะคบหรือไม่คบใครก็ได้ ถ้าคนที่เรารู้สึกว่าเข้ากับเขาไม่ได้ ก็เพียงแต่คุย ทักทายตามมารยาท แต่คงไม่สุงสิงด้วย เราก็เป็นตัวของตัวเองไปตามปกติ ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงบุคลิกอะไรมาก แต่ถ้าไม่พอใจใครไม่ว่าจะเรื่องอะไร ก็คงอยู่ห่างๆ คงไม่ไปวีนเขา เหมือนตอนอยู่ในบ้านบีบีหรอกค่ะ เพราะอยู่ในนั้นมันกดดัน มันไม่มีทางออกเหมือนข้างนอก อย่างที่ทำงาน นกคิดว่าเราไม่ควรจะเอาเรื่องส่วนตัวไปพูดคุยไปคุยกับเพื่อนร่วมงานมากนัก เพราะถ้ามีปัญหาตามาที่หลัง เราอาจได้รับผลเสียจากเรื่องที่เราพูดก็ได้ค่ะ"
ไม่ว่าจะอย่างไร คนเราเกิดมาก็ย่อมมีทั้งคนชอบและไม่ชอบเรา ซึ่งเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งที่ควบคุมได้ นั้นคือ ตัวเอง ซึ่งอย่างน้อยเราควรต้องทำตนเป็นคนดีของสัมคม ตามแบบฉบับของเราเอง...
วันนี้ยาวมากแล้วไปก่อนะครับ แล้วพรุ่งรี้มาลุ้นกานว่าครายจะเปง เดอะวินเนอร์